TRUE MPS/MRP · CONNECTED FACTORY EXECUTION


ระบบ ERP/MRP โรงงานครบวงจรที่เน้นประสิทธิภาพการวางแผนและควบคุมการผลิต



Strategic ERP/MRP เชื่อม Sales, Forecast, Purchasing, Warehouse, Production, Quality, Packing, Costing และ Accounting ด้วยข้อมูลโรงงานชุดเดียว โดยมี True MPS/MRP เป็นหัวใจของการตัดสินใจ

✓วางแผนเร็วขึ้น ✓ ลดคอขวด  ✓ ลดงานล่าช้า

20 + ปีแห่งประสบการณ์ Manufacturing Software

Real MPS/MRP คำนวณตามหลักการ และนำไปใช้กับโรงงานจริง

Visual เห็นแผนและ

ความเสี่ยงทันที

Thai Team พัฒนาและดูแล

โดยทีมในประเทศไทย

WHAT IS STRATEGIC ERP/MRP?


Strategic ERP/MRP


Manufacturing ERP/MRP Software ควบคุมตั้งแต่ Sales, Forecast, Purchasing, Inventory ,Master Production Schedule & Materials Requirement Planning ( MPS/MRP) และ Production , Barcode/QR Code Validate ไปจนถึง Quality Control, Packing, Delivery,Out-Sourcing ,Production Monitoring , Costing และส่งไปที่ Accounting ให้ทุกแผนกทำงานจากข้อมูลชุดเดียวกัน


ดูความสามารถทั้งหมด↗

ระบบ Strategic ERP/MRP คือ ระบบ ERP/MRP โรงงานครบวงจรและเน้นเรื่องการบริหารแผนการผลิต ( Master Production Schedule/ Materials Requirement Planning ) ที่แท้จริง เพื่อตอบคำถามสำคัญของโรงงานว่า ต้องผลิตอะไร จำนวนเท่าไร ต้องซื้อวัตถุดิบอะไร และต้องเริ่มเมื่อใด พร้อมสร้างคำแนะนำสำหรับ Purchase Order และ Work Order ตามความต้องการจริงในแต่ละช่วงเวลา


ระบบเชื่อมต่อการทำงานต่อเนื่องด้วย Barcode/QR Code, Shop Floor Control, Real-Time Quality Control, Production Monitoring, Lot Traceability และ Costing เพื่อให้แผนที่วางไว้สะท้อนกลับมาเป็นผลการผลิตจริงที่ตรวจสอบได้

THE REAL FACTORY CHALLENGE



โรงงานไม่ได้ขาดระบบ

แต่ขาดแผนที่ทุกฝ่ายเชื่อถือร่วมกัน

เมื่อ Demand, BOM, Stock, WIP, Purchase, Production และ QC ไม่เชื่อมกัน ความผิดพลาดหนึ่งจุดจะกลายเป็นงานเร่ง สต๊อกเกิน OT และความเสี่ยงส่งมอบทั้งองค์กร

01

สต๊อกสูง แต่ของที่ต้องใช้กลับขาด



การซื้อเผื่อไม่สามารถทดแทนแผน MRP ที่เห็นความต้องการและ Lead time รายช่วงเวลาได้

02

แต่ละแผนกใช้ข้อมูลคนละชุด


Sales, Planning, Purchasing, Warehouse และ Production จึงแก้แผนช้าและตัดสินใจไม่ตรงกัน

03

MRP มีตัวเลข แต่นำไปใช้ทำงานจริงไม่ได้ ไม่ตรงกับข้อมูลหน้างาน


ผู้ใช้ไม่รู้ว่า Requirement มาจาก Order ใด และควรซื้อหรือผลิตจำนวนเท่าไร เมื่อไร

04

ผู้บริหารรู้ปัญหาหลังส่งมอบเริ่มเสี่ยง


WIP, Shortage, NG, Outsource, QC และต้นทุนไม่ได้สะท้อนกลับสู่แผนทันเวลา

PLANNING VS SCHEDULING


จากแผนระดับธุรกิจ

สู่ตารางผลิตที่ปฏิบัติได้จริง

Production Planning บอกภาพรวมว่าต้องผลิตอะไรและใช้ทรัพยากรเท่าใด

ส่วน Production Scheduling เปลี่ยนแผนนั้นเป็นคิวงานรายเครื่องจักร

ภายใต้เวลาและข้อจำกัดที่เกิดขึ้นจริง

Strategic Advanced Planning & Scheduling

วิดีโอ แสดงการย้ายงาน Drag & Drop แล้วระบบทำการปรับแผนใหม่ทันที

คำถามสำหรับผู้บริหารโรงงาน


ถ้ามี Order ด่วนเข้ามาวันนี้ คุณตอบได้ทันทีหรือไม่ว่า

“ผลิตเครื่องไหน เสร็จวันไหน และกระทบลูกค้ารายใด?”


ให้ Strategic APS คำนวณคำตอบ↗


FROM DATA TO DECISION


จาก Order หลายร้อยรายการ

สู่แผนเดียวที่ทุกฝ่ายเชื่อถือได้



Strategic APS ไม่ได้เพียงเรียงงาน แต่คำนวณความเป็นไปได้ของแผนภายใต้เงื่อนไขของโรงงานจริง

01

รับ Demand



Sales Order · Forecast · Due Date

02

อ่านข้อจำกัด


Routing · Capacity · Calendar · WIP

03

จัดตาราง



Priority · Setup · Dependency

04

จำลองผลลัพธ์



Risk · Load · Completion Date

CORE CAPABILITIES



ความสามารถสำคัญที่เชื่อมทุกแผนกให้ทำงานจากแผนเดียวกัน

ออกแบบสำหรับ Planner และผู้บริหารที่ต้องตัดสินใจบนสถานการณ์จริง

ไม่ใช่เพียงรายงานสิ่งที่เกิดขึ้นไปแล้ว

02

Real MPS/MRP

— Time-Phased Planning

03

Purchasing & Supplier Management

04

Inventory & Warehouse Management

05

Barcode / QR Code Validation

06

Work Order & Shop Floor Control

07

Real-Time Quality & Production Monitoring

08

Out-Sourcing Control


09

Packing, Shipping & Lot Traceability

10

Costing, OEE & Management Dashboard

11

Accounting & Existing ERP Integration

FROM TRANSACTION TO FACTORY-WIDE PLANNING

Strategic ERP/MRP System แตกต่างอย่างไร

จาก ERP ที่มีเพียงโปรแกรม “เปิด Work Order ” สู่ ERP/MRP ที่คำนวณระบบการวางแผน MPS/MRP ที่แท้จริง

เพื่อออกแผนและเปิด Work Order ว่า “ควรผลิตและสั่งซื้ออะไร เมื่อไร” เพื่อควบคุมการผลิตของโรงงานมีประสิทธิภาพสูงและไม่เกิดปัญหา

ข้อดีเมื่อเหมาะกับบริบท

เริ่มใช้งานง่าย ขั้นตอนไม่ซับซ้อน ควบคุมเอกสารขาย–ซื้อ–สต๊อก–Work Order ได้ดี และอาจเหมาะกับโรงงานที่มีสินค้าน้อย BOM ไม่ซับซ้อน และแผนเปลี่ยนไม่บ่อย

01 เปิด Work Order ได้ แต่ยังไม่ได้วางแผน

ผู้ใช้ต้องตัดสินใจเองว่าจะผลิตอะไร จำนวนเท่าไร และเริ่มวันใด โดย Work Order อาจไม่ได้เชื่อมกับแผนความต้องการรวมของโรงงาน

02 MRP คำนวณแบบง่าย

อาจคิดเพียง Demand − Stock ไม่ได้แตก Multi-level BOM และไม่พิจารณา Lead time, Safety stock, Lot size หรือความต้องการตามช่วงเวลาอย่างครบถ้วน

03 ไม่หักล้าง Supply และ Demand ครบถ้วน

Open PO, Work Order, WIP และ Scheduled receipt อาจไม่ถูกนำมาคำนวณร่วมกัน จึงเสี่ยงซื้อซ้ำ ผลิตเกิน หรือขาดของในวันที่ต้องใช้

04 จัดซื้อและวางแผนด้วยการไล่ตรวจสอบ

ฝ่ายจัดซื้อและ Planner ต้องตรวจ Excel สต๊อก และเอกสารหลายจุด ทำให้รู้ยอดที่ต้องซื้อแต่ไม่ชัดว่าควรสั่งวันไหนจึงจะทันผลิต

05 แต่ละแผนกอาจใช้ข้อมูลคนละชุด

Sales, Planning, Purchasing, Warehouse และ Production ส่งต่อข้อมูลด้วย Excel โทรศัพท์ หรือข้อความ เมื่อข้อมูลเปลี่ยน แผนของทุกฝ่ายอาจไม่เปลี่ยนตาม

06 การปรับแผนพึ่งพาบุคคล

Planner ต้องจำเงื่อนไขจำนวนมาก เมื่อ Order เปลี่ยนหรือวัตถุดิบล่าช้า ต้องไล่แก้แผนเอง ความต่อเนื่องจึงขึ้นอยู่กับประสบการณ์ของคนบางคน

07 เห็นผลกระทบเมื่อปัญหาเกิดแล้ว

สต๊อกและ WIP อาจสูง แต่วัตถุดิบสำคัญกลับขาด เกิดงานเร่ง OT การหยุดรอ และความเสี่ยงส่งมอบที่ผู้บริหารมองเห็นช้าเกินไป

จุดเด่นเมื่อโรงงานต้องการเติบโต

เชื่อม Demand, Material, Purchasing, Production และผลจริงของหน้างาน เพื่อสร้างคำแนะนำที่ตรวจสอบได้และให้ทุกฝ่ายทำงานจากแผนเดียวกัน

01 เริ่มจาก Demand ที่ตรวจสอบได้

รวม Sales Order และ Forecast เป็นความต้องการรายสินค้า ปริมาณและช่วงเวลา พร้อมกติกาป้องกันยอดซ้ำตามวิธีทำงานขององค์กร

02 คำนวณ True MPS/MRP แบบ Time-phased

กระจายความต้องการผ่าน Multi-level BOM คำนวณทั้ง Finished Goods, Sub-assembly, Component และ Raw Material ตามช่วงเวลา ตามหลักการของทฤษฎี MRP ( MRP Theory)

03 พิจารณาสถานะและกติกาครบถ้วน

คำนวณร่วมกับ On-hand, Safety stock, WIP, Open PO/WO, Scheduled receipt, Lead time, Lot size และ Yield เพื่อหา Net requirement ที่นำไปใช้ได้จริง ตามหลักการของทฤษฎี MRP ( MRP Theory)

04 ได้แผนจัดซื้อและผลิตพร้อมวันลงมือ

แสดง Planned order receipt และ Planned order release ทำให้รู้ว่าควรซื้อหรือผลิตอะไร เท่าไร ต้องการรับเมื่อใด และต้องเริ่มดำเนินการวันไหน

05 เปิด Work Order จากแผนจริง

สร้างคำแนะนำและเปิด Work Order หลาย Item/Lot จากผล MRP พร้อมตรวจ Material readiness ก่อน Confirm และส่งต่อสู่ Shop Floor

06 ทุกแผนกทำงานจากแผนเดียวกัน

ฝ่ายขาย วางแผน จัดซื้อ คลัง ผลิต และผู้บริหารเห็นข้อมูลตามบทบาทจาก Demand, Plan และ Transaction ชุดเดียวกัน

07 แผนเชื่อมกลับมาหาผลจริง

Barcode/QR, Shop Floor, QC, Outsourcing, Packing, Monitoring, OEE, Traceability และ Costing ทำให้ความจริงหน้างานสะท้อนกลับสู่การตัดสินใจ

THE RIGHT SYSTEM MUST FIT THE FACTORY


ไม่ใช่เพียงเปิด Work Order ได้

แต่ต้องรู้ว่า “ควรเปิดอะไร จำนวนเท่าไร และเมื่อใด”

เพื่อให้การผลิตและควบคุมโรงงานมีประสิทธิภาพสูงและไม่เกิดปัญหา


ERP แบบธุรกรรมไม่ได้ผิด หากเหมาะกับความซับซ้อนของโรงงาน แต่เมื่อมี Multi-level BOM, หลายสินค้า, หลาย Lot, Lead time ต่างกัน

และ Demand เปลี่ยนบ่อย โรงงานจำเป็นต้องมี MPS/MRP ที่คำนวณได้จริงและตรวจสอบที่มาได้


FROM DEMAND TO DELIVERY


Strategic ERP/MRP

แผนเดียวไหลต่อเนื่องจากฝ่ายขายถึงบัญชี


ข้อมูลจริงจากคลัง หน้างาน QC และ Packing จะสะท้อนกลับสู่ MRP, Monitoring, Costing และ Dashboard ทำให้แผนไม่แยกออกจากความจริงของโรงงาน

BUSINESS OUTCOMES


ประสิทธิภาพที่สูงขึ้น

ต้องวัดได้ทั้งโรงงาน

คุณค่าของ ERP/MRP ไม่ได้อยู่ที่จำนวนหน้าจอ แต่อยู่ที่ต้นทุนที่ลดลง การส่งมอบที่เชื่อถือได้ มาตรฐานการทำงาน และเวลาที่ผู้บริหารได้กลับคืนมา

1. ลด Inventory และเงินทุนจม


ผลิตและซื้อตามการคำนวณ MRP ที่ถูกต้องเหมาะสมกับเหตุการณ์จริง ไม่ใช้การซื้อเผื่อเหตุเพราะไม่มีการคำนวณที่ถูกต้อง

2. ลด Material Shortage และการซื้อด่วน


มองเห็นสิ่งที่ต้องใช้ก่อนถึงวันที่เริ่มผลิต พร้อมวัน Release ที่อิง Lead time

3. ลด WIP, OT และงานเร่ง


ทุกฝ่ายทำงานตาม Priority และแผนเดียวกัน พร้อมเห็นข้อผิดปกติก่อนกระทบส่งมอบ

4. ยกระดับมาตรฐาน WI


ระบบ MPS/MRP ที่ประสานเป็นแผนเดียวทั้งองค์กร ระบบ Barcode, Routing, QC Checklist และสิทธิ์อนุมัติทำให้วิธีทำงานถูกบันทึกไว้ในระบบ


5. ลดเวลาจัดทำและปรับแผน


Planner ไม่ต้องรวบรวมและแก้ไข Excel หลายไฟล์ ระบบคำนวณความต้องการและสร้างคำแนะนำการผลิต–จัดซื้อจากข้อมูลชุดเดียว


KPI ที่วัดได้: เวลาจัดทำแผน, เวลาปรับแผน, จำนวนชั่วโมงงานของ Planner

6. เพิ่มประสิทธิภาพการใช้กำลังการผลิต


แผนงาน วัตถุดิบ Work Order และสถานะเครื่องจักรเชื่อมถึงกัน ช่วยลดเวลารอวัตถุดิบ ลดเครื่องจักรว่าง และใช้กำลังการผลิตได้เหมาะสมขึ้น


KPI ที่วัดได้: Machine Utilization, OEE, Production Output, Downtime

7. ลดความผิดพลาดด้วย Barcode/QR Code


ระบบตรวจสอบ Item, Lot, Location, Work Order, Process และจำนวนก่อนยืนยันรายการ ป้องกันการหยิบผิด ผลิตผิด หรือบรรจุผิดตั้งแต่จุดปฏิบัติงาน


KPI ที่วัดได้: Inventory Accuracy, Picking Error, Production Error, Packing Error

8. ควบคุมคุณภาพและตัดสินใจได้เร็วขึ้น


ตรวจสอบคุณภาพตั้งแต่รับวัตถุดิบ ระหว่างผลิต จนถึงสินค้าสำเร็จรูป พร้อมแสดง PASS/NG และแจ้งผลให้ผู้เกี่ยวข้องเห็นแบบ Real-time


KPI ที่วัดได้: Reject Rate, Rework Rate, First Pass Yield, เวลาตอบสนองปัญหา QC

9.ควบคุมงาน Outsource ไม่ให้หลุดจากแผน


ติดตามงานที่ส่งไปชุบ เคลือบ หรือผลิตภายนอก ตั้งแต่ Send-out, Supplier, Lot, จำนวน, Due Date จนถึงการรับกลับเข้าไลน์ผลิต


KPI ที่วัดได้: งาน Outsource ค้าง, งานรับกลับล่าช้า, จำนวนสูญหาย และ Supplier On-time Delivery

10. เพิ่มประสิทธิภาพการใช้กำลังการผลิต


แผนงาน วัตถุดิบ Work Order และสถานะเครื่องจักรเชื่อมถึงกัน ช่วยลดเวลารอวัตถุดิบ ลดเครื่องจักรว่าง และใช้กำลังการผลิตได้เหมาะสมขึ้น


KPI ที่วัดได้: Machine Utilization, OEE, Production Output, Downtime

11. ตอบลูกค้าและยืนยันแผนได้รวดเร็วขึ้น


ฝ่ายขายสามารถตรวจสถานะวัตถุดิบ แผนผลิต Work Order และความคืบหน้าจริงได้ โดยไม่ต้องโทรถามหลายแผนก


KPI ที่วัดได้: เวลาตอบกลับลูกค้า, Order Confirmation Time และจำนวนครั้งที่เปลี่ยนวันส่งมอบ

12. รักษาความรู้ของโรงงานไว้ในระบบ


กติกา MRP, BOM, Routing, Lot Policy, WI, QC Checklist และ Approval Workflow ถูกจัดเก็บเป็นมาตรฐาน ลดการพึ่งพาพนักงานเพียงบางคน


KPI ที่วัดได้: ระยะเวลาฝึกพนักงานใหม่, จำนวนข้อผิดพลาด และเวลาส่งต่องาน


13. ส่งมอบได้มั่นใจขึ้น


Sales, Planner , จัดซื้อ และ Production เห็น Due Date, Material readiness และความคืบหน้าชุดเดียวกัน

14. รู้ต้นทุนที่เกิดขึ้นจริง


คำนวณต้นทุนการผลิต และรับรู้แบบ Real-Time

15. Audit และ Traceability เร็วขึ้น


เราไม่สืบจาก Customer Lot ย้อนถึง Work Order, Process, QC และ Raw Material Lot

16. สร้างมาตรฐานให้องค์กร ผู้บริหารมีเวลาไปสร้างการเติบโต


ลดเวลาประชุมไล่ข้อมูลและดับไฟ เพื่อโฟกัสลูกค้าใหม่ ผลิตภัณฑ์ใหม่ และการปรับปรุงธุรกิจ

17.เพิ่มความแม่นยำของสต๊อกและคลังสินค้า


ทุกการรับ จ่าย โอน และคืนวัตถุดิบเชื่อมกับ Lot และ Barcode ทำให้ยอดในระบบสะท้อนของที่มีอยู่จริงมากขึ้น


KPI ที่วัดได้: Stock Accuracy, Cycle Count Variance, Material Loss และเวลาค้นหาวัตถุดิบ

18. ปรับปรุงกระแเงินสดและเงินทุนหมุนเวียน


ลดการซื้อเร็วเกินไป ลดสินค้าคงคลังที่ไม่จำเป็น และเปลี่ยนเงินทุนจมให้กลับมาใช้กับกิจกรรมที่สร้างรายได้

19. ป้องกันปัญหาก่อนกระทบการส่งมอบ


ด้วยระบบ MPS/MRP ที่ถูกต้องและระบบอื่นๆทำให้รับรู้

Material Shortage, Order เสี่ยงล่าช้า,

QC NG, Outsource เกินกำหนด และความผิดปกติของการผลิต

20. รองรับการขยายโรงงานอย่างมีมาตรฐาน


เมื่อองค์กรมีสินค้า เครื่องจักร พนักงาน หรือสาขาเพิ่มขึ้น ระบบยังใช้ Master Data, Process และมาตรฐานการควบคุมร่วมกันได้


อย่าเพิ่งเชื่อว่า ERP/MRP ระบบใดเหมาะกับโรงงานของคุณ

จนกว่าจะได้ทดลองระบบด้วยข้อมูลโรงงานท่านเอง



ส่งตัวอย่าง Order, Routing, Machine Capacity, WIP และ Due Date ให้ทีมงานของเราวิเคราะห์

แล้วดูว่า Strategic ERP/MRP จะช่วยให้คุณได้อย่างไร

REPRESENTATIVE USE CASE

จากแผนที่ต้องไล่แก้ทีละเครื่อง

สู่ภาพรวมกว่า 60 เครื่องจักร


ตัวอย่างแนวทางจากโรงงานชิ้นส่วนยานยนต์ แผนกวางแผนต้องบริหารงานหลายขั้นตอนและปรับแผนตามสถานการณ์หน้างานทุกวัน

CONSTRAINT VALIDATION

ลากงานได้อย่างยืดหยุ่น

แต่ไม่ปล่อยให้วางงานผิดเครื่อง

เมื่อ Planner ย้ายงานไปยังเครื่องจักรที่ไม่รองรับ Item หรือไม่ได้กำหนดไว้ใน Routing ระบบ Strategic APS จะตรวจสอบ Machine Compatibility และแจ้งเตือนทันที และไม่ยอมให้วางผิดพลาด

FROM MEMORY TO SYSTEM CONTROL

จากการพึ่งพาความจำของ Planner

สู่การตรวจสอบด้วยกติกาของระบบ

BEFORE · EXCEL / MANUAL

ตรวจสอบด้วยประสบการณ์

WITH · STRATEGIC APS

ตรวจสอบทันทีในระบบ

× Planner ต้องจำว่าสินค้าแต่ละรายการผลิตบนเครื่องใดได้

✓ ระบบอ่านเครื่องจักรที่รองรับจาก Master Data

× Excel ไม่สามารถตรวจสอบ Machine Compatibility

✓ ตรวจสอบ Item, Routing และ Machine ที่กำหนดไว้อย่างถูกต้องก่อนยืนยัน

× อาจพบข้อผิดพลาดหลังส่งแผนให้ฝ่ายผลิตแล้ว

✓ แจ้งเตือนทันทีเมื่อเลือกเครื่องจักรไม่ถูกต้อง

× ความถูกต้องขึ้นอยู่กับประสบการณ์ของบุคคล

✓ ป้องกันข้อผิดพลาดก่อนแผนไปถึงหน้างาน

FREQUENTLY ASKED QUESTIONS

คำถามก่อนเริ่มต้น

Strategic APS


คำตอบเรื่อง APS, Finite Capacity, การเชื่อม ERP, รูปแบบติดตั้ง ข้อมูล ราคา และการเริ่มโครงการ หากโรงงานมีเงื่อนไขเฉพาะ ทีมงานสามารถนำข้อมูลมาวิเคราะห์ร่วมกันใน Demo ได้

MRP แบบ Time-Phased มีประโยชน์อย่างไร?

MRP แบบ Time-Phased แสดงความต้องการวัตถุดิบและชิ้นส่วนแยกตามวัน สัปดาห์ หรือช่วงเวลาที่โรงงานกำหนด ทำให้ไม่ได้เห็นเพียงยอดรวมว่าขาดเท่าใด แต่เห็นด้วยว่าขาดในช่วงเวลาใด

ระบบจะนำ Lead Time ของการจัดซื้อและการผลิตมาคำนวณย้อนหลังจากวันที่ต้องการสินค้า เพื่อกำหนด Planned Order Release ที่เหมาะสม ช่วยป้องกันการสั่งซื้อเร็วเกินไปจนเกิด Inventory ส่วนเกิน หรือสั่งซื้อช้าเกินไปจนวัตถุดิบไม่พร้อมผลิต

ฝ่ายจัดซื้อและฝ่ายผลิตจึงสามารถทำงานตามลำดับเวลาเดียวกัน ลดงานเร่ง ลด Material Shortage และเพิ่มความมั่นใจต่อแผนส่งมอบ
APS คืออะไร และย่อมาจากอะไร?
APS ย่อมาจาก Advanced Planning and Scheduling คือระบบวางแผนและจัดตารางการผลิตขั้นสูงที่นำ Demand, Routing, ทรัพยากร กำลังผลิต ปฏิทิน และข้อจำกัดมาคำนวณเป็นแผนการผลิตที่เป็นไปได้
APS ต่างจากการวางแผนใน ERP หรือ Excel อย่างไร?
ERP เก็บคำสั่งซื้อและข้อมูลการผลิต ส่วน APS นำข้อมูลเหล่านั้นมาจัดลำดับงานภายใต้ข้อจำกัดและกำลังการผลิตจริง พร้อมคำนวณผลกระทบต่อวันส่งมอ
APS ต่างจาก MRP อย่างไร?
MRP คำนวณความต้องการวัตถุดิบและข้อเสนอการจัดซื้อหรือผลิต ส่วน APS เน้นเวลา ลำดับงาน เครื่องจักร กำลังผลิต และวันส่งมอบ ทั้งสองระบบทำงานร่วมกันเพื่อให้วัตถุดิบและกำลังผลิตสอดคล้องกัน
Finite Capacity Scheduling คืออะไร?
คือการจัดตารางโดยไม่วางงานเกินเวลาหรือกำลังที่ทรัพยากรมีจริง ระบบพิจารณาปฏิทิน Setup Routing และงานที่อยู่ในคิว จึงได้แผนที่นำไปปฏิบัติได้มากกว่าการวางแบบกำลังไม่จำกัด
Strategic APS ช่วยหา Bottleneck ได้อย่างไร?
ระบบแสดง Machine Load และ Capacity ของแต่ละ Work Center เทียบกับช่วงเวลา ทำให้เห็นเครื่องจักรหรือขั้นตอนที่มีงานเกินกำลัง รวมถึง Order ที่เสี่ยงล่าช้า
ถ้าเครื่องจักรเสียหรือมี Order ด่วน ระบบปรับแผนได้ไหม?
ได้ Planner สามารถเปลี่ยนสถานะความพร้อมของเครื่องจักร เพิ่มงานด่วน หรือปรับ Priority แล้วให้ระบบคำนวณลำดับ วันเริ่ม วันเสร็จ และผลกระทบใหม่ ก่อนยืนยันใช้แผน
Drag & Drop เปลี่ยนแผนแล้วระบบคำนวณอะไรใหม่?
ระบบคำนวณ Load, เวลาเริ่ม–เสร็จ, Dependency, คิวงาน และความเสี่ยงต่อ Due Date ตามกติกาและข้อจำกัดที่กำหนด ทำให้ Planner เห็นผลก่อนประกาศใช้แผน
Strategic APS ตอบได้หรือไม่ว่า Order จะเสร็จวันไหน?
ได้ เมื่อข้อมูล Order, Routing, เวลา, ทรัพยากร และสถานะงานมีความพร้อม ระบบจะคำนวณวันเสร็จตามคิวและกำลังผลิตจริง เพื่อช่วยฝ่ายขายและฝ่ายวางแผนตอบลูกค้าอย่างมีหลักฐาน
Strategic APS เชื่อมกับ ERP เดิมของลูกค้า หรือ SAP Business One ได้หรือไม่?
ได้ ระบบสามารถรับ Sales Order, Work Order, Item, Routing, Stock และสถานะงานจากระบบเดิม แล้วส่งผลการวางแผนกลับตามขอบเขตที่ตกลงกัน
เชื่อม Barcode, MES, Shop Floor หรือ IoT ได้หรือไม่?
ได้ตามขอบเขตโครงการ ข้อมูลเริ่มงาน จบงาน จำนวนผลิต ของเสีย หรือสถานะเครื่องจักรสามารถส่งกลับเพื่อให้ Planner เห็นความคืบหน้าและปรับแผนจากสถานการณ์จริง
Strategic APS เป็น Cloud หรือ Client–Server?
เป็น Client–Server  ระบบสามารถออกแบบการติดตั้งให้เหมาะกับนโยบาย IT และโครงสร้างพื้นฐานของลูกค้า โดยทีมงานจะอธิบายรูปแบบ Server, Client, Database, Network และการเชื่อมต่ออย่างชัดเจนก่อนเริ่มโครงการ  
เป็น Client-Server ข้อมูลโรงงานปลอดภัยหรือไม่?
ข้อมูลเก็บที่เครื่อง Server ของลูกค้าจึงมีความปลอดภัยและเป็นความลับอย่างสูง
ต้องเปลี่ยน ERP เดิมหรือไม่?
ไม่จำเป็น Strategic APS สามารถเริ่มจากการรับข้อมูลที่จำเป็นจาก ERP หรือฐานข้อมูลเดิม และค่อยขยายการเชื่อมต่อเมื่อองค์กรพร้อม
ใช้ข้อมูล Excel เริ่มต้นได้หรือไม่?
ใช้ได้ สามารถ Import ข้อมูลเพื่อเข้าระบบ Strategic APS และใช้งานได้
เหมาะกับโรงงานประเภทใด?
เหมาะกับโรงงานทุกๆโรงงาน ที่ประสบปัญหาการวางแผนการผลิต หรือโรงงานที่มีหลายเครื่องจักร หลายขั้นตอน งานเปลี่ยนบ่อย หรือมีแรงกดดันด้าน Due Date  เช่น Automotive Parts, CNC, Plastic Injection, Assembly และ Electronics และประเภทอื่นๆ 
โรงงานขนาดใดจึงควรเริ่มใช้ APS?
ไม่ได้วัดจากจำนวนพนักงานเพียงอย่างเดียว หากมีหลาย Order หลายเครื่องจักร หลาย Routing ต้องปรับแผนบ่อย และเริ่มตอบวันส่งมอบยาก APS สามารถสร้างคุณค่าได้ แม้เริ่มจากแผนกหรือกลุ่มเครื่องจักรสำคัญก่อน
ใช้เวลาติดตั้งนานเท่าไร?
ระยะเวลาขึ้นอยู่กับคุณภาพข้อมูล จำนวน Constraint การเชื่อม ERP และขอบเขตหน้างาน 
ราคาของ Strategic APS คิดอย่างไร?
ราคาขึ้นอยู่กับขอบเขตการวางแผน จำนวนทรัพยากร ผู้ใช้งาน การเชื่อมระบบ และบริการ Implement ทีมงานจะประเมินหลังเข้าใจปัญหาและข้อมูลจริง เพื่อเสนอเฉพาะส่วนที่จำเป็น
ถ้ายังไม่พร้อมซื้อ สามารถทดลองกับข้อมูลจริงก่อนได้ไหม?
ได้ เราแนะนำ Demo หรือ Proof of Concept ด้วยข้อมูลตัวอย่างของโรงงาน เพื่อดูว่าแผนที่คำนวณตอบโจทย์ Bottleneck, Due Date และวิธีทำงานของ Planner จริงหรือไม่
หลัง Go-Live มีทีมดูแลหรือไม่?
มี ทีมประเทศไทยช่วยดูแลการใช้งาน วิเคราะห์ปัญหา ปรับกติกาการวางแผน และพัฒนาการเชื่อมต่อเพิ่มเติมตามขอบเขตบริการที่ตกลงกัน

LET'S SEE YOUR FACTORY CLEARLY


เริ่มจากปัญหาจริง

ของโรงงานคุณ


เล่าโจทย์ให้เราฟัง ทีมงานจะช่วยวิเคราะห์ว่า ERP/MRP, APS, SAP B1 Integration หรือ Smart Factory & IoT ควรเริ่มจากจุดใด



Tel : 0890035991


EMAIL

sales@erpfactorysoft.com


WEBSITE

www.erpfactorysoft.com

ติดต่อเรา

Name
Email
Phone
Company
Contact Type
Message
0 + 0 =
กรุณากรอกคำตอบของคุณ
ฉันรับทราบและยอมรับ นโยบายความเป็นส่วนตัว

SOLUTIONS

Strategic ERP/MRP

Strategic APS

SAP Business One Integration

Smart Factory & IoT

COMPANY

About Us

Business Results

Contact

CONTACT

sales@erpfactorysoft.com

www.erpfactorysoft.com

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้